วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2561

บันทึกอนุทินครั้งที่ 17

บันทึกอนุทินครั้งที่ 17
วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ..2561
เวลา 10 : 30 – 12 : 30 .
👱อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน👱

       วันนี้เป็นการเรียนการสอนวันสุดท้ายของภาคเรียนที่ 1 แล้ว วันนี้อาจารย์นัดสอบร้องเพลงสำหรับเด็กปฐมวัย โดยให้จับฉลาก ถ้าหยิบได้เพลงไหนก็ต้องร้องเพลงนั้นให้ได้ จากเพลงทั้งหมด 18 เพลงที่อาจารย์เบียร์สอนไป

ฉันหยิบได้เพลง นกเขาขัน



           ฉันหยิบฉลากได้เพลงนกเขาขัน ซึ่งเป็นเพลงที่ง่าย และฉันสามารถร้องพร้อมกับเคาะจังหวะออกมาได้ดี ซึ่งเพลงนี้มีเนื้อร้องว่า "ฟังสิฟังนกเขาขันมันขยันขันคู ฟังสิฟังนกเขาขันมันขยันขันคู จุกกรู จุกกรู จุกกรู จุกกรู จุกกรู"

       หลังจากนั้นอาจารย์ก็แจกรางวัลสำหรับคนที่ได้คะแนนเด็กทีเยอะที่สุดในห้อง เป็นจำนวน 10 อันดับ โดยนับคะแนนจากตัวปั๊มเด็กดีที่ปั๊มทุกคาบก่อนเข้าเรียน ซึ่งฉันเป็น 1 ใน 10 ที่ได้ของรางวัล ของรางวัลที่อาจารย์นำมาให้ก็คือกิ๊บติดผมน่ารักๆ ฉันได้กิ๊บเป็นรูปกังหัน ที่แสนน่ารักมาก

          


✔ การประเมินผล

       ✅ ประเมินตนเอง

         วันนี้ฉันรู้สึกมีความสุขมากๆ ที่ร้องเพลงออกมาได้ดี และดีใจที่ได้คะแนนเด็กดีติด 1 ใน 10 ได้ของขวัญน่ารักๆจากอาจารย์ และรู้สึกชื่นใจที่ได้รับพรจากอาจารย์ให้ทำข้อสอบได้ 

        ✅ ประเมินอาจารย์

       วันนี้อาจารย์น่ารักมากๆเหมือนเช่นทุกวัน อาจารย์น่ารักไม่เคยเปลี่ยนอยู่แล้ว มีการนำของขวัญเพื่อเป็นรางวัลให้กับเด็กดีด้วย และยังให้คำอวยพรกับนักศึกษาทุกคนให้มีชีวิตที่ดี ให้สอบผ่านอีกด้วย สาธุ!!!

        ✅ ประเมินเพื่อน

        วันนี้เพื่อนทุกคนก็น่ารักเช่นทุกๆวัน คอยช่วยเหลือกันมาตลอด สำหรับวันนี้ในการสอบร้องเพลง ทุกคนทำออกมาได้ดี มีความพยายามกันทุกคน ซึ่งน่ารักมากๆ และเพื่อนๆก็ได้รางวัลเด็กดีจาอาจารย์ไปหลายคนเช่นกัน




บันทึกอนุทินครั้งที่ 16

บันทึกอนุทินครั้งที่ 16
วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ..2561
เวลา 10 : 30 – 12 : 30 .
👱อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน👱

       วันนี้อาจารย์ให้เพื่อนๆคนที่ยังไม่ได้นำเสนอเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นำเสนอต่อ สำหรับวันนี้เพื่อนๆจะนำเสนอเรื่องอะไรกันบ้าง ไปดูกันเลย


1.ร้านขายของMINISO SHOP

 

       เพื่อนคนนี้ชื่อ คิตตี้ ทำงาน Part Time อยู่ที่ร้านขายของ MINISO SHOP เพื่อนจึงมาพูดแนะนำร้าน และแนะนำให้เพื่อนๆไปหารายได้พิเศษ

2.เกาะพี พี

       เพื่อนคนนี้ชื่อ จอย เพื่อนเป็นคนจังหวัดกระบี่ จึงมานำเสนอเสนอเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว เกาะพี พี และแนะนำที่พัก ราคา การเดินทางไปเกาะพี พี

3.การทำขนมข้าวโพด


       เพื่อนตนนี้ชื่อ อ่าง เพื่อนเป็นคนชอบทำอาหาร จึงนำเสนอเรื่องการทำขนมข้าวโพด เมนูที่เพื่อนชอบทำ และทำอร่อยที่สุด เพื่อนนำเสนอเกี่ยวกับสูตรการทำ วิธีการทำ และอุปกรณืในการทำขนมข้าวโพด

✔ การประเมินผล

       ✅ ประเมินตนเอง

        วันนี้ฉันรู้สึกตื่นเต้นกับเรื่องที่เพื่อนๆนำเสนอ เพราะส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ฉันไม่รู้มาก่อน แล้วได้มาเรียนรู้จากเพื่อนๆที่มานำเสนอในวันนี้ และรู้สึกมีความสุขกับการได้นั่งฟังเพื่อนๆนำเสนอ

       ✅ ประเมินอาจารย์

        วันนี้อาจารย์น่ารัก ฉันถ่ายรูปอาจารย์มีการชู 2 นิ้วให้ถ่ายด้วย 5555คอยชื่นชม และให้คำแนะนำเพื่อนๆที่ออกไปนำเสนอได้เป็นอย่างดี ฉันคิดว่าคำแนะนำของอาจารย์สามารถนำไปปรับใช้ในการนำเสนอครั้งต่อไปได้จริง

       ✅ ประเมินเพื่อน

        วันนี้เพื่อนที่ออกไปนำเสนองาน เพื่อนๆนำเสนอได้ดีทุกคน ส่วนคนที่นั่งฟังเพื่อนนำเสนอก็นั่งฟังเพื่อนโดยมีคำถามให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี






วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

บันทึกอนุทินครั้งที่15

บันทึกอนุทินครั้งที่ 15 

วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เวลา 10 : 30 - 12 : 30 น.

👱อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน👱

       วันนี้อาจารย์นัดนำเสนองานในหัวข้อที่ตัวเองคิดว่าพูดได้ดีที่สุด พูดแล้วเป็นธรรมชาติที่สุด โดยไม่หันไปดูpowerpoint จากสัปดาห์ที่ผ่านมาอาจารย์ถามว่าใครพร้อมจะนำเสนอในอาทิตย์นี้บ้าง ฉันก็ได้ยกมือที่จะนำเสนออาทิตย์นีื ซึ่งตัวฉันเองเลือกพูดในหัวข้อเรื่องการดูดวง

🐢 เรื่องที่นำเสนอ

1. แกงส้มปักษ์ใต้ 🍲

    ในหัวข้อนี้เพื่อนที่นำเสนอคือ นางสาวนฤมล ซุ้ยขาว (ออย) เพื่อนเป็นคนใต้ จังหวัดพัทลุง ได้เลือกหัวข้อแกงส้มปักษ์ใต้มานำเสนอ เนื่องจากเป็นแกงของภาคใต้ และเพื่อนทำอร่อย ซึ่งในเนื้อหาจะพูดถึงส่วนผสมในการทำแกงส้ม และบอกสรรพคุณของแกงส้ม
2. การแต่งหน้า 👩


     ในหัวข้อการแต่งหน้า เพื่อนที่นำเสนอชื่อ 
นางสาวณัฐณิชา ทองสุข(มิว) เพื่อนคนนี้แต่งหน้ามาเรียนได้สวยมาก หน้าสวยตลอดทั้งวัน ไม่มัน ไม่เยิ้ม และไม่เทา ซึ่งเพื่อนๆหลายๆคนก็สงสัยว่าทำไมเ
มิวถึงแต่งหน้าสวยมาก วันนี้มิวก็ได้มาสาธิตการแต่งหน้าให้เพื่อนๆทุกคนดู พร้อมกับอธิบายขั้นตอนของการแต่ง และการเลือกใช้เครื่องสำอางแต่ละชนิดให้เข้ากับใบหน้าของเรา ซึ่งก็เป็นแนวทางในการแต่งหน้ามาเรียนสำหรับหลายๆคนเลยทีเดียว
3. ไก่ย่างวิเชียรบุรี 🍗


     ในหัวข้อนี้เพื่อนที่นำเสนอชื่อ นางสาวมุธิตา กระตะสาโท(บีม) เพื่อนเป็นคนจังหวัดเพชรบูรณ์ เนื่องจากไก่วิเชียรบุรีเป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อนจึงเลือกพูดในหัวข้อนี้ ซึ่งพูดแนะนำร้านที่อร่อยในจังหวัดเพชรบูรณ์ และการเลือกดูร้านที่จะเป็นไก่วิเชียรบุรีปลอม หรือของแท้ แต่เพื่อนแนะนำว่าให้ไปกินที่ร้านตาแป๊ะที่เพชรบูรณ์ ร้านนั้นคือของจริงแท้แน่นอน
4. เลขของคุณตัวตนของคุณ 🔮

     ในหัวข้อนี้คือหัวข้อของฉันเอง เป็นการดูดวงจากเลขวันเดือนปีเกิด ฉันคิดว่าหัวข้อนี้น่าจะเป็นเรื่องที่แปลกใหม่ และเพื่อนๆน่าจะอยากรู้ อยากดูดวงกันแน่นอน และฉันก็เคยผ่านการสอนดูดวงจากอาจารย์ที่โรงเรียนเก่ามา และคาดว่าเพื่อนๆน่าจะไม่รู้ในเรืาองนี้ วันนี้ก็เลยเลือกหัวข้อนี้มาพูด เพื่ออยากให้เพื่อนๆรวมถึงอาจารย์ สนุกไปกับการดูดวงให้กับตัวเอง และฉันก็ได้รับคำชมจากอาจารย์ในการนำเสนอหัวข้อนี้ด้วย

การประเมินผล

     ✅ ประเมินตนเอง

           วันนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุดกับการนำเสนองาน เพราะเรื่องดูดวงที่นำไปพูดนำเสนอในวันนี้ เพื่อนๆและอาจารย์สนใจกันมาก ทุกคนตั้งหน้าตั้งตาดูดวงให้กับตัวเองมาก หลังจากนำเสนอเสร็จเพื่อนๆก็ยังไม่จบ5555 ยังมาให้ฉันดูดวงให้นอกรอบหลายคนเลยทีเดียว จนเพื่อนๆแซวกันว่า.."เปิดตำหนักเถอะแม่หมอ" และสำหรับในการนำเสนอวันนี้ฉันได้รับคำชื่นชมจากอาจารย์ว่าอาจารย์ขอชื่นชมมาก1คนในการนำเสนอวันนี้ คือฉัน เลือกหัวข้อในการนำเสนอได้ดี สามารถทำให้เพื่อนเงียบ ฟัง แล้วทำตามกันทั้งห้องได้ แม้แต่อาจารย์ก็ยังทำตาม ถึงแม้จะมีการเขินอยู่บ้างในตอนพูด แต่ส่วนนี้ฉันก็จะนำไปปรับปรุง และจะทำให้ดีกว่าเดิมในการนำเสนอครั้งหน้า

       ✅ ประเมินอาจารย์

             วันนี้อาจารย์ไม่ได้สอนอะไร แต่นั่งประเมินการนำเสนอของนักศึกษาแต่ละคนที่ออกไปนำเสนองาน และอาจารย์ก็ได้แสดงความคิดเห็นในการนำเสนอของแต่ละคน พร้อมให้คำแนะนำดีๆ ซึ่งเป็นประโยชน์มาก ทำใก้รู้ว่าเราบกพร่องตรงส่วนไหน จะได้กลับไปแก้ไข และพัฒนาให้ดีกว่าเดิมในการนำเสนอครั้งต่อไป

       ✅ ประเมินเพื่อน

             วันนี้เพื่อนๆที่นำเสนองานก็นำเสนอได้ดีทุกคนเลย เพื่อนๆทำให้ได้ทราบในหลายๆเรื่องที่ไม่เคยทราบมาก่อน เช่น ไก่ย่างวิเชียรบุรี การแต่งหน้ายังไงไม่ให้เทา เป็นต้น ส่วนเพื่อนๆที่ไม่ได้นำเสนอก็ตั้งใจฟัง 


วันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

บันทึกอนุทินครั้งที่ 11

บันทึกอนุทินครั้งที่ 11

วันอังคารที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561

เวลา 10 : 30 - 12:30

👱อาจารย์ ตฤณ แจ่มถิน👱

       เนื่องจากวันนี้เป็นวันปิยะมหาราช จึงไม่มีการเรียนการสอน

บันทึกอนุทินครั้งที่13

บันทึกอนุทินครั้งที่ 13

วันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เวลา 10 : 30 - 12 : 30 น.

👱อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน👱

       วันนี้อาจารย์นัดนำเสนองานกลุ่ม ในหัวข้อสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานครฯ โดยให้เพื่อนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพเป็นหัวหน้ากลุ่มของแต่ละกลุ่ม และพาเพื่อนเที่ยวสถานที่ในกรุงเทพมหานครฯ ซึ่งกลุ่มของดิฉันได้ไปเที่ยวที่วัดพระแก้ว

🌄 นำเสนอสถานที่ท่องเที่ยว

1. บ้านบางเขน

       "บ้านบางเขน" อยู่ที่บางเขน ถ.พหลโยธิน ตรงข้ามกับกรมทหารราบที่ 11 ที่จอดรถฟรี แต่มีไม่มาก สามารถจอดได้ที่ร้านอาหารบางบัว เสียค่าจอด 50 บาท ถ้านั่งรถเมล์จะมีสาย 26, 34, 39, 59, 107, 114, 129, 185, 503, 512, 522, 543 ลงป้ายรถเมล์หน้าบ้านบางเขน ได้เลย



2. ตำหนักเจ้าแม่กวนอิม โชคชัย4

       "ตำหนักเจ้าแม่กวนอิม" ตั้งอยู่ที่โชคชัย 4 แยก 39 ภายในบริเวณพระตำหนัก เป็นที่ตั้งของ พระมหาเจดีย์ พระพุทธเจ้าหมื่นพระองค์ ภายในประดิษฐานของเจ้าแม่กวนอิมพันเนตรพันกรองค์นี้มีความสูง 8.30 เมตร แกะสลักด้วยไม้จันทน์หอมจากประเทศจีน ปิดด้วยทองคำแท้ มีพระพักตร์ 20 หน้า ประดิษฐานรายรอบ 4 ทิศ ของพระมหาเจดีย์ ภายในพระตำหนักกว่างขว้างร่มรื่น และมีสถาปัตยกรรม รูปปั้นแกะสลักที่สวยงามวางเรียง รายมากมายนับพันองค์
       "การเดินทางไปตำหนักแม่กวนอิม โชคชัย4"  เข้าไปในซอยโชคชัย 4 ขับตรงไปเรื่อยสังเกตุ แยก .39 จะอยู่ซ้ายมือ ก็เลี้ยวรถเข้าไป จะเห็นตึกสวยๆ สีน้ำตาลอยู่ด้านซ้าย แต่เวลาจอดรถให้เข้าไปจอดฝั่งตรงข้ามด้านศาลเจ้าเก่า พระตำหนักเจ้าแม่กวนอิมจะตั้ง อยู่ฝั่งตรงข้ามกัน สำหรับใครที่ไม่มีรถ นั่งรถประจำทางมาลงแยกโชคชัยสี่ หลังจากนั้นเดินเข้าไปตรงแยกจะพบ คิวรถกระเป๊าะจอดอยู่  สามารถนั่งรถดังกล่าวเข้าไปได้เลยค่าโดยสาร  7 บาท  


3.วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว)

       "ที่ตั้งของวัดพระแก้ว"  ถนนหน้าพระลาน แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร 10200กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย 
      "วัดพระศรีรัตนศาสดาราม" หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า วัดพระแก้ว เป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นใน พ.ศ. 2325 เป็นวัดในพระบรมมหาราชวังเช่นเดียวกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งเป็นวัดในพระราชวังหลวงในสมัยอยุธยา และมีพระราชประสงค์ให้วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือพระแก้วมรกต พระคู่บ้านคู่เมืองของแผ่นดินสยามที่พบ ณ วัดป่าเยี้ยะ (ป่าไผ่) จังหวัดเชียงราย และเป็นสถานที่ทรงบำเพ็ญพระราชกุศล วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ เพราะมีแต่ส่วนพุทธาวาสไม่มีส่วนสังฆาวาส
       "การเดินทางไปยังวัดพระแก้ว และพระบรมมหาราชวัง"

1. BTS + เรือด่วนเจ้าพระยา

วิธีแรกนี้ ถือว่าเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ง่ายที่สุด และเร็วที่สุด เพราะรถไฟฟ้า BTS มีตลอดแทบทั้งวัน ไม่เกิดปัญหารถติดกวนใจด้วย ส่วนการต่อเรือก็ทำได้ไม่ยาก เพราะเป็นเรือด่วนเจ้าพระยา ที่มีวิ่งอยู่ตลอด เมื่อขึ้นเรือที่ท่าช้าง ใช้เวลาเดินอีกประมาณ 5 นาที ก็ถึงประตูทางเข้าวัดพระแก้ว
ขั้นตอนการเดินทาง
- ลง BTS สถานีสะพานตากสิน ทางออก 2
- เดินไปทางแม่น้ำเจ้าพระยา ใต้สะพานมีท่าเรือสาทร ลงเรือด่วนเจ้าพระยา ธงสีส้ม
- ขึ้นเรือที่ท่าช้าง (N9) เดินออกจากท่าเรือ วัดพระแก้วอยู่ทางขวามือ
ข้อแนะนำ
- วันธรรมดา จะมีเรือวิ่งบ่อยกว่าวันเสาร์ - อาทิตย์
จันทร์ - ศุกร์ เรือธงส้ม (06.00 - 19.00 น.) วิ่งทุกๆ 10-20 นาที
เสาร์ - อาทิตย์ เรือธงส้ม (06.00 - 19.00 น.) วิ่งทุกๆ 20-25 นาที
(ค่าโดยสารราคาเดียว 15 บาทตลอดสาย)
- การลงเรือ อาจมีข้อจำกัดสำหรับคนที่ไม่สะดวกในกรณี มีเด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุมาด้วย เพราะเรือด่วนเจ้าพระยา เป็นการเดินทางค่อนข้างรีบเร่ง ใช้เวลาจอดเพียงระยะเวลาสั้นๆ
- ก่อนที่จะถึงท่าช้าง จะเป็นท่าเตียน (N8) ควรเตรียมตัวขึ้นเรือล่วงหน้า หากลงเรือผิดสาย หรือขึ้นเรือท่าช้างไม่ทัน ก็สามารถขึ้นที่ท่าต่อไป เป็นท่าวังหลัง(พรานนก)(ท่าเดียวกับศิริราช)(N10) แล้วค่อยต่อเรือข้ามฟากตรงนั้นมายังท่าช้าง (ค่าเรือข้ามฟากราคา 3 บาท)
                      
                       

                       


📚 ความรู้ที่ได้รับ

        -ได้รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานครฯ และได้ทราบวิธีการเดินทางไปในแต่ละสถานที่ ที่เพื่อนๆนำมาเสนอในวันนี้

📝 การประเมินผล

        ✅ ประเมินตนเอง

               วันนี้รู้สึกตื่นเต้นกับการที่จะได้รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวหลายๆที่ในกรุงเทพมหานครฯ เพราะตัวฉันเองเป็นเด็กต่างจังหวัดไม่เคยมาเที่ยวในกรุงเทพฯก็เลยรู้สึกอยากทราบสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ แต่วันนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองยังมีการเขินอายกับการนำเสนออยู่ ยังไม่ค่อยกล้าที่จะพูด และเมื่อเพื่อนได้นำเสนอไปแล้ว ฉันก็รู้สึกว่าได้วิธีการเดินทางไปเที่ยวในหลายๆที่ ซึ่งเป็นประโยชน์กับตัวฉันมาก

       ✅ ประเมินอาจารย์

              วันนี้อาจารย์ไม่ได้สอนเข้าเนื้อหา เพราะมีการนำเสนองานหน้าชั้นเรียน แต่อาจารย์คอมเมนต์ในการนำเสนอของแต่ละกลุ่มและคำคอมเมนต์ของอาจารย์ถือว่าเป็นประโยชน์มากเลยทีเดียวเพราะสามารถนำไปปรับใช้ในการนำเสนอครั้งต่อไปได้

       ✅ ประเมินเพื่อน

              วันนี้เพื่อนๆทุกกลุ่มส่วนใหญ่นำเสนอได้ดี แต่ก็มีบางส่วนที่ยังเขินอายกับการนำเสนอแต่เนื้อหาในpowerpoint ที่เพื่อนทำมาเป็นสื่อเพื่อนำเสนอ ถือว่าทำมาได้ดีมากทุกกลุ่มเลยค่ะ











บันทึกอนุทินครั้งที่14

บันทึกอนุทินครั้งที่ 14

วันอังคารที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

เวลา 10 : 30 - 12 : 30 น.

👱อาจารย์ตฤณ แจ่มถิน👱

       วันนี้อาจารย์เบียร์ไม่สบาย อาจารย์ก็เลยขอนั่งสอน เพราะอาจารย์ไปฉีดยามา มันทำให้มีอาการเพลียๆ จึงยืนสอนไม่ไหว

📗 เนื้อหาที่เรียนในวันนี้

       🎓 คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณของวิชาชีพครู

คุณธรรม
       คือ สิ่งหรือสภาพที่เกิดขึ้นในจิต มีผลทำให้จิตอยู่ในภาวะที่ดีงาม และพร้อมที่จะสร้างสรรค์แต่สิ่งที่เป็นคุณและประโยชน์

จริยธรรม

       คือ สภาพของความประพฤติ หรือพฤติกรรมการแสดงออกที่พึงประสงค์

คุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ

1. ขยัน ความตั้งใจเพียรพยายามทำหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ อดทน ความขยันต้องปฏิบัติควบคู่กับการใช้สติปัญญาแก้ปัญหาจนเกิดผลสำเร็จ
2. ประหยัด กาีรู้จักเก็บออม ถนอมใช้ทรัะย์สินสิ่งของแต่พอควร พอประมาณให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย
3. ซื่อสัตย์ ประพฤติตรงไม่เอนเอียง ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม มีความจริงใจ ปลอดจากความรู้สึกลำเอียง หรืออคติ
1. ลำเอียงเพราะชอบ  2. ลำเอียงเพราะชัง
3. ลำเอียงเพราะหลง   4. ลำเอียงเพราะกลัว
4. มีวินัย การยึดมั่นในระเบียบแบบแผน ข้อบังคับ และข้อปฏิบัติ ซึ่งมีทั้งวินัยในตนเอง และวินัยต่อสังคม
5. สุภาพ เรียยบร้อย อ่อนโยน ละมุนละม่อน กิริยามารยาทที่ดีงาม มีสัมมาคารวะ (ยิ้ม ไหว้ ทักทาย)
6. สะอาด ปราศจากความมัมหมองทั้งกาย ใจ และสภาพแวดล้อม ความผ่องใสเป็นที่เจริญตา ทำให้เกิดความสบายใจแก้ผู้พบเห็น
7. สามัคคี ความพร้อมเพรียงกันความกลมเกลียวกัน ความปรองดองกัน ร่วมใจกันปฉิบัติงาน ไม่ทะเลาะวิวาท
8. มีน้ำใจ ความจริงใจที่ไม่เห็นแก่เพียงตัวเองหรือเรื่องของตัวเอง แต่เห็นอกเห็นใจเห็นคุณค่าในเพื่อนมนุษย์ มีความเอื้อเฟื้ออาทร เกื้อกูลกันและกัน

จรรยาบรรณวิชาชีพครู(คุรุสภา)

⚫ ความประพฤติหรือกิริยาอาการที่ผู้ประกอบวิชาชีพครูควรประพฤติปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความดีงามขึ้นแก่ตนเองและวิชาชีพครู มาตรฐานวิชาชีพครู
1. ครูต้องรักและเมตตาศิษย์ โดยให้ควาใเอาใจใส่ช่วยเหลือ ส่งเสริม ให้กำลังใจในการศึกษาเล่าเรียนแก่ศิษย์โดยเสมอหน้า
2. ครูต้องอบรม สั่งสอน ฝึกฝน สร้างเสริมความรู้ ทักษะ และนิสัย ที่ถูกต้องดีงามให้แก่ศิษย์อย่างเต็มความสามารถด้วยความบริสุทธิ์ใจ
3. ครูต้องประพฤติ ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ
4. ครูต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์และสังคมของศิษย์
5. ครูต้องไม่แสวงหาประโยชน์อันเป็นอามิสสินจ้างจากศิษย์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และไม่ใช้ศิษย์กระทำการใดๆอันเป็นการหาประโยชน์ให้แก่ตนโดยมิชอบ
6. กฎย่อมพัฒนาตนเองทั้งในด้านวิชาชีพ ด้านบุคลิกภาพและวิสัยทัศน์ ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่เสมอ
7. ครูย่อมรักและศรัทธาในวิชาชีพครู และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพครู
8. ครูพึงช่วยเหลือเกื้อกูลครูและชุมชนในทางสร้างสรรค์
9. ครูพึงประสงค์ปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทย


⛺ ความรู้ที่ได้รับ

       -ได้ทราบถึงคุณธรรมจริยธรรม และจรรยาบรรณของความเป็นครู
       -ได้ทราบเทคนิคในการพูดสอนเด็ก

📊 การประเมินผล

      ✅ ประเมินตนเอง

            วันนี้รู้สึกมีความสุขกับการเรียนมาก ถึงแม้จะไม่ค่อยสนุกสักเท่าไหร่ เนื่อจากอาจารย์ไม่สบาย  แต่รู้สึกสนุกกับการได้ฟังเพื่อนๆในห้องช่วยกันเล่าการ์ตูนเรื่องซิลเดอร์เรลล่าเพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอน เพราะฉันเป็นเด็กคนนึงที่ไม่เคยดูการ์ตูนเรื่องนี้ พอได้ฟังเพื่อนๆเล่าแล้ว ถึงกับต้องกลับมาเปิดดูที่บ้านต่อ 

      ✅ ประเมินอาจารย์

            วันนี้อาจารย์ไม่สบาย ก็เลยขอนั่งสอนนักศึกษา เพราะอาจารย์ไปฉีดยามามันทำให้เพลีย ถ้ายืนสอนกลัวจะเป็นลม แต่ถือว่าอาจารย์สอนได้ดีมากเหมือนอาจารย์สบายดี แถมยังสอนสนุกอีกด้วย

      ✅ ประเมินเพื่อน

            วันนี้เพื่อนๆดูสนุกกับการเล่าการ์ตูนเรื่องซิลเดอร์เรลล่ามาก เพราะเพื่อนๆส่วนใหญ่ก็เคยดูการ์ตูนเรื่องนี้กันหมด ซึ่งเล่าได้สนุกมาก ฉันรู้สึกเห็นภาพเหมือนได้ดูการ์ตูนจิงๆเลย
               

วันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

บันทึกอนุทินครั้งที่ 12

บันทึกอนุทินครั้งที่ 12

วันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2561

เวลา 10 : 30 - 12 : 30 น.

👱อาจารย์ ตฤณ แจ่มถิน👱

       วันนี้อาจารย์สอนในเรื่องของการสร้างเสริมบุคลิกภาพต่อจาก2สัปดาห์วันที่16 ตุลาคม 2561
เนื่องจากสัปดาห์นั้นอาจารย์มีประชุม ก็เลยสอนไม่ทัน

📚 เนื้อหาที่เรียนในวันนี้

🔷 แนวคิด หลักการและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับบุคลิกภาพ

▶ ทฤษฎีพัฒนาการของ Sigmund Freu


โครงสร้างของบุคลิกภาพ

1. อิด (Id) จะเป็นต้นกำเนิดของบุคลิกภาพและเป็นส่วนที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่เกิด แรงขับทางสัญชาตญาณ(Instinct)
2. อีโก้ (Ego) มีการใช้เหตุผล มีการใช้สติปัญญาและการรับรู้ที่เหมาะสม
3. ซูเปอร์อีโก้ (Superego) เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับศีลธรรม บรรทัดฐานของสังคม ค่านิยม และขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ 

▶ Carl Gustav Jung


พัฒนาบุคลิกภาพแบ่งออกเป็น 5 ขั้น ได้แก่

1. ขั้นปาก (Oral Stage) เริ่มตั้งแต่แรกเกิดถึง 1 ขวบ เด็กในช่วงนี้หยิบจับอะไรได้ก็จำเอาเข้าปากทันที
2. ขั้นทวาร (Anal Stage) เด็กจะมีอายุตั้งแต่ 1-3 ขวบ เด็กเริ่มรู้จักการขับถ่าย
3. ขั้นอวัยวะเพศตอนต้น (Phallic Stage) เริ่มตั้งแต่3-5ขวบ ชอบสำรวจอวัยวะเพศของตนเอง นั่งจับอวัยวะเพศของตนเองเล่น หรือบางทีก็อยากรู้อยากเห็นของเพศตรงข้าม
4. ขั้นแฝง (Latency Stage) เริ่มตั้งแต่อายุ 6-11 ปี เด็กมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป เริ่มสนใจเพศตรงข้ามมากขึ้น
5. ขั้นอวัยวะเพศตอนปลาย (Genital Stage) เริ่มจาก12ขวบเป็นต้นไป พฤติกรรมความสนใจทางเพศเริ่มลดลง

▶ ทฤษฎีการเรียนรู้ของ Albert Bandura


     สังเกตการกระทำของผู้อื่นแล้วเลียนแบบพฤติกรรมนั้น คือ คุณครูเป็นอย่างไร เด็กก็จะเลียนแบบตามที่ครูเป็น

▶ Ivan Petrovich Pavlov


ทฤษฎีการวางเงื่อนไขแบบดั้งเดิม
     พฤติกรรมที่จะเกิดการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิกได้มักเป็นพฤติกรรมหรือการตอบสนองที่เกิดจากปฏิกิริยาสะท้อน อันมีพื้นฐานมาจากการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ เช่น การทำงานของต่อมต่าง ๆในร่างกาย การทำงานของระบบกล้ามเนื้อต่าง ๆ พฤติกรรมการตอบสนองในการวางเงื่อนไขแบบคลาสสิก เป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เมื่อมีสิ่งเร้ามากระตุ้น พฤติกรรมที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเหล่านี้ เรียกว่า พฤติกรรมตอบสนอง หรือพฤติกรรมที่เป็นไปโดยไม่ตั้งใจ


     พาร์พลอฟ เชื่อว่าการเรียนรู้ของสิ่งมีชีวิตจำนวนมากเกิดจากการวางเงื่อนไข (conditioning) กล่าวคือ การตอบสนองหรือการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นต่อสิ่งเร้าหนึ่งมักมีเงื่อนไขหรือสถานการณ์เกิดขึ้น ซึ่งในสภาพปกติหรือในชีวิตประจำวันการตอบสนองเช่นนั้นอาจไม่มี เช่น กรณีสุนัขได้ยินเสียงกระดิ่งและน้ำลายไหล เสียงกระดิ่งเป็นสิ่งเร้าที่ต้องการให้เกิดการเรียนรู้จากการวางเงื่อนไข (เพราะโดยปกติเสียงกระดิ่งมิได้ทำให้สุนัขน้ำลายไหล แต่คนต้องการให้สุนัขน้ำลายไหลเมื่อได้ยินเสียงกระดิ่ง) พาร์พลอฟ เรียกว่า สิ่งเร้าที่มีเงื่อนไข (conditioned stimulus) และปฏิกิริยาน้ำลายไหล เป็นการตอบสนองที่เรียกว่าการตอบสนองที่มีเงื่อนไข (conditioned response)

▶ ทฤษฎีการเรียนรู้ของ Skinner 


ทฤษฎีการวางเงื่อนไข

     Skinner ได้สร้างกล่องขึ้นมา มีชื่อเรียนกว่าSkinner Box กล่องนี่เป็นกล่องสี่เหลี่ยมมีคานหรือลิ้นบังคับให้อาหารตกลงมาในจาน เหนือคานจะมีหลอดไฟติดอยู่ เมื่อกดคานไฟจะสว่างและอาหารจะหล่นลงมา Skinner Box นำนกไปใส่ไว้ในกล่อง และโดยบังเอิญนกเคลื่อนไหวไปถูกคานอาหารก็หล่นลงมา อาหารที่นกได้นำไปสู่การกดคานซ้ำและการกดคานแล้วได้อาหาร

▶ John B. Watson


     การวางเงื่อนไขพฤติกรรมของเด็กเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้และผู้ใหญ่สามารถที่จะวางเงื่อนไขให้เด็กเกิดพฤติกรรมที่พึงประสงค์ได้ทุกพฤติกรรม

⛵ ความรู้ที่ได้รับ

             -ได้ทราบหลักและทฤษฎีของผู้นำแนวคิดหลายๆท่าน  หลายๆแบบ และสามารถนำไปใช้ในการสอนเด็กๆ

📝 การประเมินผล

       ✅ ประเมินตนเอง

              วันนี้รู้สึกสนุกกับการเรียนมาก เพราะอาจารย์มีเกมมาสอดแทรกให้เล่นในเนื้อหา ทำให้รู้สึกไม่เบื่อและรู้สึกมีความตื่นเต้นกับการเรียน

       ✅ ประเมินอาจารย์

              วันนี้อาจารย์สอนสนุก และมีการแทรกเกมเข้าไปในเนื้อหาที่เรียน. ทำให้การเรียนในวันนี้ไม่น่าเบื่อ และทำให้บรรยากาศภายในห้องเรียนน่าเรียนมากขึ้น

       ✅ ประเมินเพื่อน

              สำหรับวันนี้เพื่อนๆก็น่าจะรู้สึกเหมือนกับฉัน เพราะเพื่อนทุกคนในห้องดูสนุกแล้วมีความตื่นเต้นกับเกมที่อาจารนำมาสอดแทรกในเนื้อหา มันทำให้บรรยากาศภายในห้องเรียนมีแต่รอยยิ้ม และเป็นห้องเรียนที่น่าเรียนที่สุด

           

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561

บันทึกอนุทินครั้งที่9

บันทึกอนุทินครั้งที่9วันอังคารที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2561เวลา 10:30 - 12:30 น.👱อาจารย์ ตฤณ แจ่มถิน👱

       วันนี้เรียนรวมกับเพื่อนเซกเช้า เพราะอาจารย์มีประชุมต่อตอน 10 โมง อาจารย์แจกเพลงใหม่มาให้นักศึกษาฝึกร้องเพิ่มอีก5เพลง คือ


เพลง ตาดูหูฟัง

เรามีตาไว้ดู เรามีหูไว้ฟัง
คุณครูท่านสอนท่านสั่ง
ต้องตั้งใจฟัง ต้องตั้งใจดู


เพลง อาบน้ำ

อาบน้ำซู่ซ่า ล้างหน้าล้างตา
ฟอกสบู่ถูตัว ชำระเหงื่อไคล
ราดน้ำให้ทั่ว เสร็จแล้วเช็ดตัว
อย่าให้ขุ่นมัว สุขกายสบายใจ


เพลง จ้ำจี้ดอกไม้

จ้ำจี้ดอกไม้ ดาวเรือง หงอนไก่
จำปี จำปา มะลิ พิกุล
กุหลาบ ชบา บานชื่น กระดังงา
เข็ม แก้ว ลัดดา เฟื่องฟ้า ราตรี


เพลง ดอกไม้

ดอกไม้ต่างพันธุ์ สวยงามสดสี
เหลือง แดง ม่วงมี แสด ขาว ชมพู


เพลง กินผักกัน

กินผักกันเถอะเรา
บวบ ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว แตงกวา
คะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง โหระพา
มะเขือเทศสีดา ฟักทอง กะหล่ำปลี



       หลังจากที่อาจารย์สอนร้องเพลงเสร็จ อาจารย์ได้สั่งให้นักศึกษากลับไปทำงานPowerPoint ที่อาจารย์ให้ไปเที่ยวสถานที่ในกรุงเทพ เพื่อมานำเสนอให้เพื่อนฟัง ในวันอังคารที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 

        😀 ความรู้ที่ได้รับ

          🐒 ได้รู้เทคนิคในการร้องเพลงพร้อมท่าประกอบ เพื่อนำไปสอนเด็กๆ

        ✔ การประเมินผล

          ✅ ประเมินอาจารย์

           วันนี้อาจารย์น่ารักมาก วันนี้อาจารย์ร้องเพลงเพราะเป็นพิเศษเลย555 มีการนำวิดีโอเพลงมาเปิดให้ร้องตามด้วย

          ✅ ประเมินตนเอง

           วันนี้ฉันรู้สึกมีความสุขกับการได้ร้องเพลงและคิดท่าประกอบมาก เมื่อได้เรียนวิชานี้ฉันไม่เคยมีความเครียดเลย มีแต่ความสนุกสนาน

           ✅ ประเมินเพื่อน

           วันนี้เพื่อนๆดูมีความสุขกับการได้ร้องเพลงกันทุกคน และทุกคนมีความตื่นเต้นมาก ที่จะได้ดูวิดีโอเพลงที่อาจารย์นำมาเปิดให้ร้องตาม



บันทึกอนุทินครั้งที่10

บันทึกอนุทินครั้งที่10

วันอังคารที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2561เวลา 8:30 - 10:30 น.👱อาจารย์ ตฤณ แจ่มถิน👱

วันนี้อาจารย์นัดเรียน8:30 พร้อมกับเพื่อนเซก1 เนื่องจากอาจารย์มีประชุม ตอน10โมง วันนี้อาจารย์ให้เล่นเกมฝึกไหวพริบก่อนเริ่มเรียน

       🎮 กิจกรรมเกมฝึกไหวพริบ

              อาจารย์ตั้งคำถามขึ้นมาว่าให้ทุกคนบอกชื่อมหาวิทยาลัยในกรุงเทพมาคนละ1มหาลัยโดยไม่ซ้ำกับเพื่อน และอีกคำถามหนึ่งคือ ให้นักศึกษาบอกคำนิยามที่เกี่ยวกับแม่น้ำ โดยห้ามซ้ำกับเพื่อน และให้ตอบให้เร็วที่สุด

       📖 เนื้อหาที่เรียนในวันนี้

              การเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี

             สำหรับครูปฐมวัย

ความหมายของบุคลิกภาพ

       กระทรวงศึกษาธิการ ได้ให้ความหมายของบุคลิกภาพไว้ว่า ลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละคนที่ทำให้เรามีความแตกต่างจากคนอื่น บุคลิกภาพแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ด้วยกันคือ
1. บุคลิกภาพภายนอก
2. บุคลิกภาพภายใน

ประเภทของบุคลิกภาพ

1. บุคลิกภาพภายนอก

       สิ่งที่สังเกตเห็นได้ชัดเจนจากภายนอกของแต่ละคน สังเกตได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย สามารถที่ตะปรับปรุงแก้ไขได้ง่าย ใช้เวลาไม่นาน แบ่งได้เป็น 4 หมวด คือ
       - รูปร่างหน้าตา
       - การแต่งกาย
       - กิริยาท่าทาง
       - การพูด             

                                                    
                         
                                                  

2. บุคลิกภาพภายใน

       สิ่งที่อยู่ภายในจิตใจไม่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน หรืออุปนิสัยใจคอที่มองไม่เห็น สัมผัสจับต้องค่อนข้างยาก และแก้ไขได้ยาก
       - ความเชื่อมั่นในตนเอง   - ความกระตือรือร้น
       - ความรอบรู้                    - ความคิดริเริ่ม
       - ความจริงใจ                   - ไหวพริบปฏิภาณ             - ความรับผิดชอบ            - ความจำ
       - อารมณ์ขัน

การจำแนกบุคลิกภาพ 4 แบบ (Harris 1973)

1. ฉัน OK เธอก็ OK                     มองโลกในแง่ดี
2. ฉัน OK แต่เธอไม่ OK                  หลงตัวเอง
3. ฉันไม่ OK แต่เธอ OK                   มีปมด้อย
4. ฉันไม่ OK เธอก็ไม่ OK             มองโลกในแง่ร้าย

หลักและวิธีเสริมสร้างบุคลิกภาพ

การยืน เดิน นั่ง

       เป็นส่วนสำคัญที่บอกถึงบุคลิกภาพของแต่ละบุคคล อิริยาบถคือ การเดิน ยืน นั่ง เปิด- ปิดประตู ขึ้นลงรถ อย่างถูกต้องสวยงาม

การรู้จักทำตัวให้เข้ากับบุคคล สถานที่ และเวลา

       ถือว่าเป็นผู้มีมารยาททางสังคมที่ดี เช่น การรู้จักกราบไหว้ที่ถูกวิธี และถูกกาลเทศะ การรู้จักธรรมเนียมของชาวต่างชาติ เป็นต้น

แนวทางในการพัฒนาบุคลิกภาพ

การรักษาสุขภาพอนามัย

       - ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
       - รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
       - ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เพิ่มหรือลดผิดปกติ

การดูแลร่างกาย

       - รู้จักการแต่งหน้าแต่พองาม
       - ดูแลเล็บมือ เล็บเท้า ให้สะอาดอยู่เสมอ
       - ควรมีการเช็คร่างกายเป็นประจำทุกปี

การแต่งกาย

       - สวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด ซักรีดให้เรียบ
       - แต่งหน้าให้แนบเนียน ไม่แต่งเข้มผิดธรรมชาติ
       - เลือกใช้เครื่องสำอางที่มีคุณภาพดี
       - เครื่องประดับ ควรใช้เพื่อเสริมการแต่งกายให้ดูดีขึ้น แต่ไม่ควรใช้เครื้องประดับมากจนเกินไปจนดูสะดุดตารกรุงรังไปหมด
       - ควรแต่งกายให้เหมาะสมกับกาลเทศะ

อารมณ์

       รู้จักควบคุมอารมณ์ ไม่ปล่อนอารมณ์ไปตามใจตนเอง คนที่ควบคุมอารมณ์ตนเองได้จะได้เปรียบ และจะเอาชนะเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นได้

ความเชื่อมั่นในตนเอง

       - ยอมรับในความสามารถของตนเอง
       - อย่าเล็งผลเลิศในการทำงานจนเกินไป
       - อย่าถือคติว่าการทำงานสิ่งใดเมื่อทำแล้วต้องดีที่สุด
       - อย่านำความเก่งของผู้อื่นมาทับถมตนเอง
       - หมั่นฝึกจิตใจตนเองให้ชนะความกลัวให้ได้

การปรับปรุงบุคลิกภาพภายใน

       ⚫ การยอมรับความจริงเกี่ยวกับตนเอง
       ⚫ การปรับปรุงในส่วนที่จะปรับปรุงได้
       ⚫ การใช้สิ่งอื่นๆเพื่อส่งเสริมบุคลิกภาพ

      สิ่งที่ผู้ฟังให้ความสนใจ ประกอบไปด้วย 3 ส่วน คือ เนื้อหาสาระของคำพูด 7% น้ำเสียง 38% กิริยาท่าทาง (บุคลิกภาพ) 55%

       1. การใช้สายตา การมอง การสบสายตาขณะพูด
       2. การแต่งกาย
       3. ภาษาพูด จังหวะการพูด ระดับเสียง
       4. การเดิน / นั่ง
       5. การแสดงออกและท่าทาง การไหว้ การรับไหว้
       6. ความสะอาด
       7. สุขภาพต้องดี คนป่วยคงไม่มีใครอยากเข้าใกล้

🐸 ความรู้ที่ได้รับ

      - ได้ทราบถึงการปฏิบัติตน ในการเป็นครูที่ดี
      - ได้ทราบหลักในการสร้างเสริมบุคลิกภาพ

       การประเมินผล

         ประเมินตนเอง

         วันนี้เปลี่ยนเวลาเรียน จากตอนบ่ายมาเป็นตอนเช้า รู้สึกง่วงมาก 555 แต่ก็รู้สึกสดชื่นกว่าทุกครั้ง เพราะสัปดาห์นี้ได้ตื่นเช้า และวันนี้รู้สึกสนุก และอบอุ่นเป็นพิเศษ เพราะเรียนรวมกับเพื่อนเซกเช้า แต่มันก็จะวุ่นวายนิดหน่อย แต่เป็นไปได้อยากเรียนรวมกันแบบนี้ทุกคาบ เพราะมันมีความอบอุ่น

        ประเมินอาจารย์

        วันนี้อาจารย์ก็ยังน่ารักเหมือนเช่นทุกๆวัน แต่วันนี้อาจารย์สอนแบบรีบๆ เพราะอาจารย์ติดประชุมตอน 10 โมง แต่ท่านก็พยายามสอนนักศึกษาให้ได้เยอะที่สุด สำหรับวันนี้ก็ได้เนื้อหาเยอะเลย 

        ประเมินเพื่อน

         วันนี้เพื่อนๆทุกคนน่ารัก ทั้งเซกเช้าและเซกบ่าย เพื่อนๆทุกคนดูมีความกระตือรือร้น และตื่นเต้นกับการเรียนรวมกันทั้ง 2 เซก